ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติมกุพฺพเย หิยฺยมาเน น โสเจยฺย อากาสํ น สิโต สิยา

ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย     นเว ขนฺติมกุพฺพเย
หิยฺยมาเน น โสเจยฺย     อากาสํ น สิโต สิยา.

ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อสิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา.

(พุทฺธ) ขุ.สุ. 25/518.

สิ่งทั้งปวงในโลก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ล้วนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติเดียวกัน คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเสื่อมไป ไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร ความจริงนี้เรียกว่า พระไตรลักษณ์ ซึ่งประกอบด้วย อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา

  • อนิจจัง หมายถึง ความไม่เที่ยง สิ่งทั้งหลายเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ทุกขัง หมายถึง ความเป็นทุกข์ ถูกบีบคั้น ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา
  • อนัตตา หมายถึง ความไม่ใช่ตัวตน ไม่สามารถยึดถือว่าเป็นของเราอย่างแท้จริงได้

สิ่งเหล่านี้คือความจริงสูงสุดที่ครอบงำสรรพสิ่งทั้งปวง

ในชีวิตประจำวัน มนุษย์ต้องแสวงหาปัจจัยและสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ตลอดจนเงินทองและทรัพย์สมบัติ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะยึดมั่นถือมั่นได้

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ไม่พึงเพลิดเพลินในของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่” หมายถึง ไม่ให้ใจยึดติดกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว และไม่ให้มัวหลงดีใจกับสิ่งที่เพิ่งได้มาใหม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ย่อมเสื่อมไปในที่สุด

เมื่อต้องสูญเสียสิ่งใดไป ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ ทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งคนที่เรารัก พระองค์ทรงสอนว่า ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา เพราะการร้องไห้เสียใจไม่ได้ทำให้สิ่งนั้นกลับคืนมาได้ แต่กลับทำให้ใจหม่นหมองหนักกว่าเดิม

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีการเปลี่ยนแปลงแปรปรวนอยู่เสมอ ของใหม่ก็จะเก่าไปเรื่อย ของเก่าก็เสื่อมไปเรื่อย และของเสื่อมก็จะสูญสลายไปในที่สุด ไม่มีสิ่งใดหนีพ้นกฎไตรลักษณ์ไปได้ แม้แต่ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้มนุษย์หลงเพลิดเพลินกับโลก ก็คือ กามตัณหา ความอยากในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสอันน่าใคร่ เมื่อตาเห็นรูปหรือต้องสิ่งที่ชอบใจก็เกิดความยินดี แต่เมื่อสิ่งนั้นหายไปหรือเสื่อมสลายก็เกิดความทุกข์ใจ

เมื่อได้สิ่งที่ต้องการ ใจก็ยินดี แต่ความสุขนั้นก็ไม่ยั่งยืน พอสูญเสียหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี ใจก็กลับเป็นทุกข์ โศกเศร้าเสียใจ ความสุขและความทุกข์ที่วนเวียนเช่นนี้ ล้วนมีตัณหาเป็นรากเหง้าทั้งสิ้น

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนสาวกทั้งหลายว่า อย่าหลงเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวง ทั้งของเก่าและของใหม่ แต่จงพยายามละตัณหา เมื่อใจไม่ถูกกิเลสผูกพัน ความสุขและความทุกข์ที่ผูกติดกับสิ่งภายนอกก็ไม่อาจครอบงำเราได้

เมื่อมนุษย์เห็นความจริงของไตรลักษณ์ และสามารถละตัณหาได้ ความทุกข์ใจจากการสูญเสีย ความเศร้าโศกจากการเปลี่ยนแปลง ก็จะหมดสิ้นไป ใจจะเป็นอิสระ สงบ และมั่นคง นี่คือหนทางที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำ เพื่อให้มนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.