วนํ ฉินฺทถ มา รุกฺขํ วนโต ชายตี ภยํ
เฉตฺวา วนญฺจ วนถญฺจ นิพฺพนา โหถ ภิกฺขโว.ท่านทั้งหลายจงตัดป่า (กิเลส) อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย พวกท่านจงตัดป่า และสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่า แล้วเป็นผู้ไม่มีป่าเถิด.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/52.
คำว่า “ป่า” ในที่นี้ หมายถึงกิเลสใหญ่ 3 ประการ คือ ราคะ โทสะ โมหะ ซึ่งเปรียบเสมือนป่าลึกที่เต็มไปด้วยภัยร้าย ทำให้สัตว์โลกต้องหลงทางและติดอยู่ในวัฏสงสาร ไม่สามารถพ้นทุกข์ได้
คำว่า “สิ่งที่ตั้งอยู่ในป่า” หมายถึงกิเลสเล็กน้อยอื่น ๆ ที่แตกแขนงออกมาจากรากเหง้าของกิเลสใหญ่ เช่น ความริษยา ความตระหนี่ ความหึงหวง ความทะนงตัว ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ “ป่าแห่งกิเลส” หนาทึบยิ่งขึ้น
พระองค์ตรัสว่า “ภัยย่อมเกิดจากป่า” หมายถึง ภัยในวัฏสงสารที่เกิดจากกิเลส เช่น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความเศร้าโศก ความพลัดพราก และความผิดหวัง ล้วนเกิดขึ้นเพราะกิเลสเป็นเหตุ จึงถือว่าภัยใหญ่ในชีวิตแท้จริงแล้วมาจากป่าแห่งกิเลส
พระพุทธองค์ทรงย้ำชัดว่า อย่าตัดต้นไม้ เพราะไม่ได้หมายความให้ทำลายธรรมชาติ แต่ต้องการชี้ให้เข้าใจว่า สิ่งที่ควรตัดคือ “ป่าแห่งกิเลส” ต่างหาก ต้นไม้ภายนอกมิใช่ปัญหา แต่สิ่งที่ทำให้สัตว์โลกเวียนว่ายอยู่กับทุกข์คือกิเลสภายใน
กิเลสใหญ่ทั้งสามเปรียบเหมือนป่าที่มีสัตว์ร้ายอันตราย เช่น เสือ งูพิษ ที่คอยทำร้ายผู้ที่เข้าไปในป่า ฉันใด กิเลสก็ฉันนั้น คอยกัดกินจิตใจให้เร่าร้อน และนำพาสัตว์โลกให้เวียนว่ายตายเกิดไม่สิ้นสุด
เพราะกิเลสเป็นรากเหง้าของทุกข์ หากไม่ตัดกิเลสเสีย ก็ยากที่จะพ้นจากความเศร้าโศกและภัยในวัฏสงสารได้ การปฏิบัติธรรมจึงมีเป้าหมายสำคัญคือการกำจัดป่าแห่งกิเลสทั้งหลาย
หนทางตัดป่าแห่งกิเลส คือการบำเพ็ญตาม ไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ศีลช่วยควบคุมกายวาจา สมาธิช่วยทำให้ใจตั้งมั่น และปัญญาช่วยทำลายรากแห่งอวิชชา เมื่อสามสิ่งนี้ทำงานร่วมกัน ป่าแห่งกิเลสย่อมถูกทำลายไปทีละน้อย และหมดไปในที่สุด
เมื่อกิเลสทั้งใหญ่และเล็กถูกตัดหมดสิ้น บุคคลนั้นย่อมเป็นผู้ “ไม่มีป่า” หมายถึงจิตใจปลอดโปร่ง ไม่ถูกกิเลสครอบงำ เป็นอิสระจากเครื่องผูกพันทั้งปวง และสามารถเข้าถึงความสงบสุขอันสูงสุด คือพระนิพพาน
เป็นอันสรุปว่า ในสุภาษิตนี้ พระพุทธเจ้ามิได้แนะนำให้ทำลายต้นไม้จริง ๆ แต่ทรงแนะนำให้เพียรกำจัดกิเลสทั้งปวงซึ่งเป็น “ป่า” ในใจเรา เพราะภัยทั้งหลายเกิดจากกิเลส หากตัดกิเลสได้หมดสิ้น ก็ย่อมพ้นภัย พ้นทุกข์ และถึงความสุขที่แท้จริง.
