วิมุตติ 2

วิมุตติ 2

วิมุตติ 2

วิมุตติ แปลว่า ความหลุดพ้น หมายถึง ภาวะที่จิตหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งหลายทั้งปวง แบ่งเป็น 2 อย่างตามประเภทแห่งการหลุดพ้น คือ

  1. เจโตวิมุตติ การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งจิต
  2. ปัญญาวิมุตติ การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งปัญญา

เจโตวิมุตติ

เจโตวิมุตติ แปลว่า การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งจิต หมายถึง ความหลุดพ้นจากกิเลสของพระอรหันต์ผู้บำเพ็ญสมถกัมมัฏฐานจนได้สมาบัติ 8 แล้วนำฌานสมาบัตินั้นมาเป็นบาทในการเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐานต่อจนสามารถบรรลุอรหัตตผล สำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้

พระอรหันต์ที่บรรลุด้วยเจโตวิมุตติ มี 3 ประเภท คือ

  1. พระอรหันต์ผู้ได้วิชชา 3
    • ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ญาณเป็นเหตุระลึกขันธ์ที่อาศัยอยู่ในปางก่อนได้
    • จุตูปปาตญาณ ญาณกำหนดรู้จุติและอุบัติแห่งสัตว์ทั้งหลายอันเป็นไปตามกรรม
    • อาสวักขยญาณ ญาณหยั่งรู้ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย
  2. พระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6
    • อิทธิวิธิ ญาณที่ทำให้สามารถแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ได้
    • ทิพพโสต ญาณที่ทำให้มีหูทิพย์
    • เจโตปริยญาณ ญาณที่ทำให้กำหนดใจคนอื่นได้
    • ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ญาณที่ทำให้ระลึกชาติได้
    • ทิพพจักขุ ญาณที่ทำให้มีตาทิพย์
    • อาสวักขยญาณ ญาณที่ทำให้อาสวะสิ้นไป
  3. พระอรหันต์ผู้ได้ปฏิสัมภิทา 4
    • อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถ
    • ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม
    • นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ
    • ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ

ซึ่งพระอรหันต์ทั้ง 3 ประเภทนี้จะเป็นผู้มีฤทธิ์ สามารถแสดงฤทธิ์มีประการต่าง ๆ ได้

ปัญญาวิมุตติ

ปัญญาวิมุตติ แปลว่า การหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งปัญญา ความหลุดพ้นแห่งจิตจากอวิชชาด้วยปัญญาที่รู้เห็นตามความเป็นจริง ได้แก่ ความหลุดพ้นของพระอรหันต์ผู้บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานล้วน ๆ ไม่ได้บำเพ็ญสมถกรรมฐานเป็นเบื้องต้น บำเพ็ญวิปัสสนาอย่างเดียวจนเกิดความรู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งทั้งปวง และบรรลุอรหัตตผล สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ละกิเลสได้อย่างหมดจดสิ้นเชิง พระอรหันต์ที่บรรลุด้วยปัญญาวิมุตตินี้ เรียกว่า สุกขวิปัสสกะ หรือ สุกขวิปัสสโก แปลว่า ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน

ในประเภทแห่งการบรรลุทั้ง 2 อย่าง คือ เจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ การที่ผู้ประพฤติธรรมจะบรรลุด้วยอาการอย่างใดนั้น ขึ้นอยู่กับบารมีที่สะสมมาหลายภพหลายชาติว่าเป็นไปในทิศทางไหน

บางท่านบำเพ็ญบารมีมาทางสมถะ คือเจริญสมถกรรมฐานมามาก ทำให้มีอุปนิสัยในทางสมถะ ก็สามารถปฏิบัติสมถกรรมฐานได้บรรลุฌานสมาบัติแล้วยกขึ้นสู่วิปัสสนาต่อไป เช่นนี้ก็สามารถบรรลุด้วยเจโตวิมุตติได้

บางท่านบำเพ็ญบารมีมาทางวิปัสนาอย่างเดียว คือเจริญวิปัสสนากรรมฐานมาล้วนๆ หรือมีอุปนิสัยในวิปัสสนากรรมฐาน เจริญสมถกรรมฐานแล้วไม่ได้ผล แต่พอเจริญวิปัสสนากรรมฐานกลับได้ผลดี เช่นนี้ก็สามารถบรรลุด้วยปัญญาวิมุตติได้

แต่ไม่ว่าจะสำเร็จด้วยวิธีใดก็ถือว่าเป็นการกระทำที่สุดแห่งทุกข์ กำจัดภพชาติ ทำลายวัฏสงสารเสียได้ เป็นผลดีด้วยกันทั้งนั้น